ม็อบเกษตรกรจ่อลุกฮือหลังต.ค.หลังรัฐเก็บภาษีน้ำเพิ่ม

ม็อบเกษตรกรจ่อลุกฮือหลังต.ค. หลังโดนเก็บภาษีน้ำเพิ่ม จัดเต็มแฉหลายประเด็นเปิดเวทีกลางเดือนนี้ เผยโครงการ9101 ส่อขาดทุน เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและสวนปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้(คยป.) เปิดเผยว่าภาคีเครือข่ายฯทั่วประเทศได้ศึกษารายละเอียดของร่างกฎหมายทรัพยากรน้ำเห็นชัดเจนว่ามีการกำหนดอัตราเก็บภาษีค่าใช้น้ำทำเกษตรเพื่อค้าขาย

ตั้งแต่ 50 ไร่ขึ้นไปถือเป็นเกษตรอุตสาหกรรม โดยจัดเก็บในอัตรา 50 สตางค์ต่อลูกบาศก์เมตร  ซึ่งการทำเกษตร 50 ไร่คือเกษตรกรรายย่อย  ทำให้ทุกคนเดือนร้อนแน่นอน โดยเฉพาะชาวนา ใช้น้ำไร่ละ 1.5-2 พันลบ.ม.ต้องมาเสียค่าน้ำรอบ 4-5 หมื่นบาท คงทำไปไม่รอดต้องเลิกอาชีพกันหมด ประธานภาคีเครือข่ายฯ กล่าวอีกว่า เรื่องการเก็บค่าน้ำพวกเราไม่รู้มาก่อน  ซ้ำเติมผลผลิตราคาต่ำที่กำลังพังทั้งระบบ สิ่งสำคัญรัฐบาลนี้ ให้พ่อค้า นายทุนใหญ่มานั่งเป็นที่ปรึกษา เป็นตัวกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเฉพาะนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ ก็คือเกษตรพันธะสัญญา เกษตรกรมีสถานะเป็นลูกจ้าง ถูกดึงมาทำสัญญาทาส กับพ่อค้าขายเครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร  บริษัทขายปุ๋ยยา นายทุนมีสิทธิเป็นเจ้าของเมล็ดพันธุ์ ให้เร่งการผลิตหลายรอบจนทำให้พื้นดินตรงนั้นจะกลายเป็นทะเลทรายปลูกอะไรไม่ขึ้น

“เกษตรกรกำลังอดทนไม่ไหว หลังงานพระราชพิธีฯหลายกลุ่มทั่วประเทศจะลุกฮือกันหมด เพราะรัฐบาลไม่ประกันราคา กลับมาเก็บค่าน้ำเกษตรกรจำนวนมากที่อยู่นอกเขตชลประทาน เกษตรกรภาคใต้ เริ่มเคลื่อนไหวกันหลายประเด็นที่ไม่เห็นด้วย เช่นการควบรวม11 รัฐวิสาหกิจที่เป็นห่วงที่สุด กรมธนารักษ์ มีที่ดินทั่วประเทศอยู่ในมือ อีกที่ดินส.ป.ก.ใช้ ม.44 ปลดล็อก อนุญาตทำกังหันลม พลังงาน เหมืองแร่ ทองคำ โดยให้สิทธิคณะกรรมการปฎิรูปที่ดิน พิจารณาอนุญาต ในการทำธุรกิจอุตสาหกรรม ทั้งที่เป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเท่านั้น”นายทศพล กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

Related posts